20 เมษายน 2555

เมื่อชาบูและยากินิคุมาพบกันที่ Ma Cool Ya@Seacon Square



        หลายวันก่อนเจ้าของบล็อกได้ไปลองบุฟเฟต์ร้านนี้ที่ชื่อว่า Ma Cool Ya พึ่งเปิดใหม่ได้ไม่นานที่ Seacon Square เปิดเมื่อต้นปี 2555 นี้เอง เปิดข้างๆร้าน Miyabi กันเลยทีเดียว แต่ด้วยราคา 399 จึงทำให้คนพากันไปร้าน Miyabi ซะมากกว่า จนตอนนี้ได้ปรับราคาลดลงเหลือสองแบบคือ 299 บาท ชั่วโมงครึ่ง และ 329 สองชั่วโมงและมีไอศครีมผัด ซึ่งก็คาดได้ว่าเพื่อแข่งกับร้านในละแวกนี้ชัวๆ

        สำหรับตัวร้าน เจ้าของบล็อกว่าจัดร้านได้แปลกดี ไม่ค่อยเหมือนกับร้านอื่นๆซักเท่าไรนัก แต่ก็สวยดี


        และที่พิเศษในร้านนี้คือ เตาย่าง เพราะโต๊ะในร้านนี้เตาย่างเทพ ปรับระดับความร้อนได้ไม่พอ มีโหมดเย็น และทำความสะอาดด้วย ถ้าใครไปลอง ต้องดูเอาเอง โต๊ะตัวนึงราคาไม่น่าจะถูกๆเลย และที่พิเศษอีกอย่างหนึ่งคือ เป็นทั้งชาบูและยากินิคุนั่นเอง

        สำหรับเตาย่าง ก่อนอื่นจะต้องราดน้ำมันบนเตาก่อน แล้ววางกระดาษสำหรับทอดลงไปแล้วราดน้ำมันอีกที ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันเตาไหม้นั่นเอง (กระดาษไหม้แทน) และเตาที่ร้านนี้ร้อนดี สุกไว กินทันใจ ลงแปปเดียวก็สุก และถ้ากระดาษไหม้มากเกินแล้วก็เรียกให้พนักงานเปลี่ยนได้ ส่วนหม้อชาบูนี่ แทบจะลืมไปเลยเพราะมัวแต่กินเนื้อย่าง


        เวลาต้องการจะทานเนื้ออะไรก็ให้ไปหยิบเองได้เลย ต่างจาก Miyabi ที่ต้องสั่งพนักงานเอา ซึ่งไอพนักงานก็จงใจบริการช้าดึงเวลาจนเจ้าของบล็อกรำคาญมากๆ ที่ร้านนี้จะแยกเนื้อใส่ในถาดเล็กๆไว้ให้หยิบได้ทันที และมีส่วนของชาบูให้ตักใส่จานเอาเอง

        ส่วนของยากินิคุที่มีเท่าที่จำได้ก็จะมีดังนี้ หมูสันคอ, หมูสันนอก, หมูดำ-กูโรกูตะ, หมูนุ่ม, ซี่โครงหมูหมัก, หมูสามชั้น, หมูเบคอน, ตับหมู, ไส้อ่อนหมู, แซลมอน, หอยเชลล์, ปลาหมึก, ปลาดอลลี่, กุ้ง, เนื้อสันนอก, เนื้อนุ่ม, เนื้อสันใน, เนื้อเสือร้องไห้, เนื้อลูกมะพร้าว และเนื้อตะเข้ หรือเนื้อจระเข้ จริงๆมีมากกว่านี้อีกนิดนึง แต่จำได้ไม่หมด




        ต่อมาเป็นของชาบูเท่าที่พอจะจำได้ ก็จะมีดังนี้ ปลาหมึกกรอบ, ลูกชิ้นปลา, ปลาม้วนแซลมอน, คามาโมโกะ, ลูกชิ้นหมู, ลูกชิ้นปลา, ไข่ไก่, วุ้นเส้น, เห็ดหูหนูขาว, เห็ดเข็มทอง, เห็ดฟาง, เห็ดหูหนูดำ, เต้าหู้ไข่, เต้าหูคิบุ, ไส้กรอกรมควันไก่, ปลาม้วนซากุระ, ข้าวโพด, แครอท, บล็อคโคลี, กระหล่ำปลี, ฟักทอง, พริกหยวก, ดอกข้าวโพด, ผักบุ้ง, ขึ้นฉ่าย, ใบกระหล่ำ, ผักกาดขาว และอื่นๆอีกนิดนึงที่จำไม่ได้


        นอกจากนี้ก็มีพวกซูชิ ผักดอง ข้าวปั้นต่างๆ ตามประสาอาหารตัดกำลังประจำร้านบุฟเฟต์ ส่วนรสชาติก็เหมือนร้านอื่นๆนั่นแหละ ความหนาของเนื้อปลาก็พอๆกัน


        และใครที่จะกินสลัดหรือของหวาแบบไทยๆก็มีให้ตักไปกินเล่นได้เช่นกัน


        ข้าวสวย, ข้าวผัด, ของทอด และอื่นๆก็มีให้ตักได้เหมือนกัน และมีบางอันที่ไม่มีในบางร้าน แถมอร่อยดีก็มี


        สำหรับน้ำจิ้มก็มีให้เลือกไปจิ้มดังนี้ น้ำจิ้มซีฟู้ด, น้ำจิ้มยากินิคุ น้ำจิ้มสุกี้ และน้ำจิ้มชาบูงาแดง สำหรับซีฟู้ดพอโอเคถูๆไถๆ ไม่เปรี็ยวจัดหรือเผ็ดจัด น้ำจิ้มยากินิคุรสชาติหวานๆเหมือนกับของ Miyabi แต่ไม่หนืดเท่า จะลื่นคอมากกว่า ทำให้จิ้มกินได้เรื่อยๆ ไม่มีอาการฝืดคอแต่อย่างใดเลย ถือว่าโอเคมากๆเลย น้ำจิ้มสุกี้ไม่ได้ลองแฮะ เพราะไปลองน้ำจิ้มชาบูงาแดง น้ำจิ้มชาบูงาแดงก็อร่อยดี เผ็ดน้อยหวานหน่อย ไม่ฝืดคอ และมีกระเทียม พริก น้ำมะนาวให้ใส่เพิ่มเติมตามใจชอบ


        สำหรับเตายากินิคุ จริงๆเจ้าของบล็อกว่านะ มันให้อารมณ์ผัดหรือทอดมากกว่าแฮะ แต่สุกไวดี ชอบมาก ลงปุปซักพักกลับด้านได้เลย จะปรับระดับความแรงของเตาก็ได้



        สำหรับหม้อชาบูก็ตามประสาร้านชาบูทั่วไปน่ะแหละ โนคอมเม้น เพราะไม่ได้สนใจซักเท่าไร และมีที่ตักที่คีบให้


        เจ้าของบล็อกชอบน้ำจิ้มยากินิคุจริงๆนะ จิ้มเพลินไม่ฝืดคอ


        สำหรับกระดาษถ้าไหม้แล้วแนะนำให้เปลี่ยน เพราะมันขาดได้ หรือจะย่างริมๆกระดาษแบบเจ้าของบล็อกก็ได้ ฮาๆๆ (จริงๆจะอิ่มแล้ว เปลี่ยนกระดาษก็รู้สึกเปลือง เลยทำแบบนี้แทน)


        สำหรับจุดเด่นหรือของเล่นประจำร้าน คือไอศครีมผัดนั่นเอง ไม่ใช่ไอศครีมทอดนะ เป็นการผัดไอศครีมบนเตาเย็น (ที่บอกไว้ว่ามีให้ปรับน่ะ) แนะนำให้กินเป็นมื้อตบท้าย และเหลือเวลาให้มัน อย่างน้อยสิบห้านาที เพราะใช้เวลาทำนาน โดยเตาจะเย็นมากๆ เทน้ำลงไปแล้วจับตัวเป็นน้ำแข็งเลย สำหรับไอศครีม เท่าที่จะพอจำได้ก็มีให้เลือดดังนี้ สตรอเบอร์รี่, ส้ม, กะทิ, ถั่วแดง, นม, ช็อคโกแลต, กล้วย และมะม่วง

        เวลาจะทำไอศครีมเย็น พนักงานจะให้เราย้ายโต๊ะเลย เพราะเตาย่างทำไอศครีมเลยไม่ได้ต้องทำความสะอาด ดังนั้นจึงให้ย้ายไปทำที่อีกเตาแทน ส่วนเตาเดิม พนักงานจะทำการเก็บทำความสะอาดเลยหรือก็คือต้องจบการย่างและต้ม มากินไอศครีมผัด ถ้าใครอยากดูว่าเตาทำความสะอาดยังไงก็ดูได้นะเออ สำหรับไอศครีมจะเสิร์ฟมาเป็นรูปของน้ำ เพื่อให้เราเทลงเตาแล้วผัดให้เป็นไอศครีม ถ้วยนึงจะกินได้มากสุดถึง 4 คน ต่อถ้วย

        ถ้วยแรกสุดพนักงานจะสาธิตวิธีทำให้ดู โดยเทถ้วยที่มีน้ำไอศครีมลงในเตาเย็น แล้วใช้ตะหลิขูดขึ้นมาแล้วปาดลงบนเตา ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะจับตัวเป็นก้อน แล้วจึงใช้ที่ตักไอศครีมตักขึ้นมาใส่ถ้วยกินกัน ใช้เวลานานพอสมควร และสำหรับไอศครีมผลไม้ จะละลายเร็วกว่าชาวบ้านหน่อย ต้องรีบกิน เพราะจุดแข็งตัวของน้ำไอศครีมแต่ละอย่างจะต่างกัน ส่วนนมจะแข็งตัวไวสุด และขูดออกยากมากถ้าแข็งตัว ถ้าใครจะลองผสมเข้าด้วยกันอย่างเช่น นมกับกล้วย ช็อคโกแลตกับนม หรือ ช็อคโกแลตกับกล้วยก็ได้

 













เหล่าพันธมิตรแอนดรอยด์

Devahoy Layer Net NuuNeoI The Cheese Factory Somkiat CC Mart Routine Artit-K Arnondora Kamonway Try to be android developer Oatrice Benz Nest Studios Kotchaphan@Medium Jirawatee@Medium Travispea@Medium