11 เมษายน 2555

[Review] Sony Cyber-shot DSC-WX30



        พอดีเจ้าของบล็อกไปถอยกล้องดิจิตอลตัวใหม่มา เพราะ Fujifilm Finepix JX300 ขัดใจเจ้าของบล็อกมาก ก็เลยลงทุนเพิ่มเงินซื้อกล้องใหม่ที่ดีๆซักตัวนึงไปเลย

        ก็ไปถอยเจ้านี่มา Sony Cyber-shot DSC-WX30 ตอนแรกกะจะไปถอย Canon Ixus 230 HS มา ไปลองมาแล้วหลายวันจนตัดสินใจจะซื้อจนกระทั่งไปเจอของ Sony แล้วติดใจอย่างแรง

        สำหรับสเปคของกล้องตัวนี้ดูได้ที่ Sony Cyber-shot DSC-WX30

        ***ทุกภาพในบทความนี้กดเพื่อดูภาพเต็มๆได้นะ***

        สำหรับตัวเครื่อง เจ้าของบล็อกว่าสวยโอเคกำลังดีเลย มีสามสีให้เลือก เงิน ดำ เทา เดิมจะซื้อรุ่นที่ต่ำกว่านี้ เพราะมีสีฟ้าที่เจ้าของบล็อกชอบ แต่ตัวนี้ลดราคาเท่าตัวนั้น ก็เลยต้องเลือกรุ่นนี้สีทองแทน (ทำไมไม่มีสีฟ้าฟระ) เจ้าของบล็อกชอบตรงฝาเปิดข้างล่างของกล้องตัวนี้ รุ่นอื่นๆจะเป็นการสไลด์ฝาเปิดไปด้านข้าง แล้วเปิดขึ้นมา แต่ของ Sony จะมีสลักเล็กๆให้เลื่อน แล้วถึงจะเปิดฝาได้ ซึ่งทำให้เวลาที่เปิด-ปิดนานๆไปไม่เกิดอาการหลวมแบบบางยี่ห้อ

        สำหรับจอรุ่นนี้จะเป็นแบบสัมผัสหรือ Touch Screen (แอบหรูล่ะตู) หน้าจอเป็นแบบ Resistive ต้องจิ้มลงไป ไม่เหมือนกับสมาร์ทโฟนที่แค่แตะก็พอ ซึ่งรุ่นนี้จะมีไม้จิ้มแถมมาให้ด้วย เหมือนไม้ไอติมที่ปลายจะเป็นหัวกลมๆสำหรับจิ้ม รุ่นนี้จึงได้หน้าจอที่ใหญ่เต็มที่ครับ ในขนาดตัวเครื่องที่พอดีกับหน้าจอ 3 นิ้ว และแตะที่หน้าจอเพื่อโฟกัสแบบ iPhone ได้ ตอนดูอัลบั้มภาพก็สไลด์นิ้วเลื่อนได้ มีช่องต่อ Mini HDMI ที่ด้านข้าง และสามารถต่อกับ TV3D เพื่อดูภาพถ่ายแบบ 3D ได้ แต่ไม่สามารถดูแบบ 3D จากกล้องโดยตรงนะ เหมือนกับ Sony Ericsson Xperia Neo V แต่ตอนใช้งานจริงๆจะไม่กระชับเท่าแบบปุ่มกด ซึ่งสามารถควบคุมการถ่ายได้ไวกว่า






        สำหรับกล้องตัวนี้รองรับ SD Card และ Memory Stick ของ Sony ที่หน้าเมนูของกล้องจะเห็นว่ามีเมนูแบ่งเป็น 9 ช่องหลักๆให้เลือก โดยสำหรับโหมดปกติ เจ้าของบล็อกจะอธิบายรวมๆในส่วนของ Program Auto, Intelligence Auto และ Superior Auto รวมกันเลยนะ เพราะทั้งสามตัวนี้ทำงานคล้ายกัน โดยที่ Program Auto ก็คือถ่าย Manual ส่วน Intelligence Auto เหมือนโหมดอัตโนมัติที่ปรับแสงสีให้ และยังปรับค่าต่างๆเองได้ ส่วน Superior Auto นี่เหมือนเป็นอัตโนมัติเต็มที่ปรับให้ทุกอย่าง แต่ปรับ EV เองได้ โดยที่ Program Auto และ Intelligence Auto จะถ่ายเหมือนกันคือ ถ่ายภาพเดียว แต่สำหรับ Superior Auto จะพิเศษหน่อย และถือว่าเป็นจุดแข็งของ Sony เลย เพราะโหมดนี้จะทำการถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง เมื่อได้ภาพที่ชัดพอสมควร ภาพที่ถ่ายต่อเนื่องทั้งหมดก็จะถูกประมวลผลรวมกันเพื่อให้ได้ภาพเดียวที่สวย ซึ่งจะช่วยลด Noise และการ Blur ของภาพไปได้พอสมควรเลยทีเดียว แต่ก็มีข้อเสียคือใช้เวลาประมวลผลนานกว่าอีกสองโหมดหน่อยหนึ่ง ถ้าแสงพอภาพชัดก็ถ่ายแค่ภาพเดียว แสงต่ำภาพเบลอก็ถ่ายหลายภาพหน่อย โดยถ่ายสูงสุด 10 ภาพด้วยกัน ถ้าแสงน้อยก็ใช้เวลาถ่ายแต่ละภาพช้าด้วย



        ทีนี้มาดูภาพของโหมดปกติที่ว่านี้ดูกัน



        ภาพขวามือคือภาพที่ Zoom x5





        ภาพซ้ายคือ Program Auto ส่วนภาพขวาคือ Superior Auto



        อันนี้เป็นภาพตอนฝนตกช่วงเก้าโมงเช้า ท้องฟ้าครื้มหน่อยๆ เลยใช้ Superior Auto แทน จะได้ลด Noise และจับภาพได้นิ่งๆ



        อันนี้เปรียบเทียบกันให้เห็นชัดๆระหว่าง Program Auto หรือ Intelligence Auto เทียบกับ Superior Auto จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนในความคมชัดของภาพที่ได้



        อันนี้ใช้ Superior Auto ถ่ายท้องฟ้ายามเย็นครับ ประมาณห้าโมงเย็น จากภาพแสงจากเมฆที่ได้กำลังโอเคเลย



        ภาพซ้ายมือถ่ายสะท้อนน้ำจากคลอง ไม่ค่อยต่างจากกล้องตัวอื่นมากนัก ภาพขวาป้ายที่มีไฟส่องในช่วงเย็นๆ ต่อจากถ่ายภาพเมฆนั่นแหละ



        ลองถ่ายภาพสัตว์ดู โอเคมากเลย แต่ต้องมือนิ่งๆด้วยแหละ



        ภาพซ้ายคือภาพถ่ายในที่ร่มครับมีต้นไม้ปกคลุมพอดีๆ ภาพขวาคือถ่ายย้อนแสงอาทิตย์ที่ไม่จ้ามาก



        ต่อมาก็เป็นความแตกต่างในแต่ละค่า ISO กัน รุ่นนี้จะมีค่า ISO ดังนี้ 100, 200, 400, 800, 1600 และ 3200 ถ้าเทียบ Noise ที่ได้กับ JX300 ตัวเก่าของผม ถือว่าทำได้ดีมาก ถึงจะใช้ค่าตั้งแต่ 800 ขึ้นไป Noise ที่ได้ก็สังเกตเห็นได้น้อยมาก ถ้าเป็น JX300 ล่ะก็ เห็นจุด Noise ชัดแจ๋วตั้งแต่ 400 แล้ว สำหรับภาพข้างล่างนี้ถ่ายประมาณห้าโมงเย็น

100                                                    200

400                                                     800

1600                                                    3200


        แถมท้ายด้วย Scene แบบ Night



        ทีนี้ลองกับตอนกลางคืนกันบ้าง แต่เจ้าของบล็อกลืมถ่ายทุกค่า ISO

100                                                    400  

    1600                                             Auto (500)


        แถมท้ายด้วย Effect แบบ HDR Painting





        ต่อมาก็ลองเป็นในตึกดูบ้าง


100                                                     200

400                                                     800

1600                                                     3200

 Auto (500)


        แถมภาพ Effect บางอัน

HDR Painting                                      Toy Camera

 Handheld Twilight                                    Night Portrait
                                                             (จริงๆเอาไว้ถ่ายคนตอนกลางคืน)

 Night                                                Pop Color

 Rich Tone Monochrome                                Soft High Key    


        ทีนี้มาดูกันบ้างว่าแต่ละ Effect ต่างจากของปกติยังไง

HDR Painting

HDR Painting                                        Normal


Partial Color

Blue                                                     Yello

 Green                                                     Red 

 Normal


Pop Color

Pop Color                                          Normal 


Soft High Key

Soft High Key                                       Normal  


Miniature

Horizontal                                                Vertical

 Normal (เผลอซูม)


        ต่อมาเป็นภาพถ่ายในที่แสงน้อย แต่ถ่ายออกมาแล้วสว่างกว่าของจริงอีก

Superior Auto                                              Night     


Backlight Correction HDR                           Superior Auto      

Landscape                                               Night     


        Hand-held Twilight เป็นโหมดถ่ายตอนกลางคืนเหมือน Night แต่ใช้สำหรับกรณีที่ใช้มือถือกล้องถ่าย โดยจะถ่ายภาพต่อเนื่อง แล้วนำมารวมกันเป็นภาพเดียวแบบ Superior Auto

Hand-held Twilight                                         Night      


        อันนี้ใช้ Superior Auto ถ้าใช้ขาตั้งกล้องช่วยน่าจะเบลอน้อยกว่านี้


        ต่อมาเป็นการใช้แฟลช ไม่ได้แตกต่างกับตัวอื่นมากนัก หรืออาจจะเพราะเจ้าของบล็อกไม่ชอบถ่ายภาพแบบใช้แฟลช

Normal                                               Flash


        อันนี้ในกรณีที่แสงน้อยมาก มืดมากจริงๆ เจ้าของบล็อกโดนยุงรุมเยอะมาก

Normal                                                   Flash


        อันนี้พอดีแฟลชมันไปยิงเข้าที่ยุง เลยออกมาสวยซะงั้น



        ในโหมด Landscape เจ้าของบล็อกลองใช้ดูได้ภาพดังนี้ อันนี้ลองใช้ JX300 ถ่ายเปรียบเทียบดู

        JX300                                               DSC-WX30

         JX300                                               DSC-WX30


        ลองถ่ายดวงจันทร์ดูก็พบว่าแตกต่างกันตรงที่ JX300 ไม่สามารถโฟกัสได้ แต่ DSC-WX30 โฟกัสได้


         JX300                                               DSC-WX30


        ทีนี้มาลองเปรียบเทียบระหว่างโหมดปกติกับโหมด Landscape

 Landscape                                               Normal 


        สำหรับ White Balance ของกล้องตัวนี้ก็เหมือนทั่วๆไป


Auto                                                     Cloudy

Cool White Fluorescent                           Day light Fluorescent

 DayWhiteFluorescent                                      Flash          

 Incandescent                                         One Push 

 Sunny


        สำหรับการถ่ายไฟในห้อง ก็โอเคมากๆเมื่อเทียบกับ JX300 ที่เคยใช้อยู่ เพราะ JX300 ฟุ้งแสงเกินไป
 
    JX300                                             DSC-WX30


        สำหรับการถ่ายแบบ Panorama ใน Sony ทำออกมาได้ดีมากๆ ในกล้องหลายๆรุ่นใช้วิธีถ่ายทีละตำแหน่งเอามาต่อกัน แต่ของ Sony คือให้เริ่มถ่ายตั้งแต่ฝั่งใดฝั่งหนึ่ง แล้วลากหน้ากล้องหันไปอีกฝั่งหนึ่งได้เลย ต้องไม่เร็วเกินไป และถ่ายในที่มืดยาก ภาพที่ได้นั้นดีกว่าหลายๆยี่ห้อเลย ต่อภาพเนียนมาก
กล้องแนวตั้ง

กล้องแนวนอน

        ถ้ายังงงว่าเวลาถ่าย ถ่ายยังไงก็ดูวีดีโอนี้ได้เลย



        สำหรับ Macro ของกล้องตัวนี้ได้ระยะ 5 cm เมื่อเทียบกับ JX300 ที่ได้ระยะ 10 cm มันช่างต่างกันมาก

   JX300                                              DSC-WX30

   JX300                                              DSC-WX30




        และยังมีลูกเล่นพิเศษที่เรียกว่า Defocus หรือละลายพื้นหลังนั่นเอง ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะกล้องรุ่นใหญ่ๆที่เปลี่ยนเลนส์ได้เค้าทำกัน (DSLR) แต่สำหรับ Sony ได้ใส่ระบบประมวลผลจำลองเพื่อให้ได้ภาพออกมาคล้ายๆกัน พอลองใช้จริงก็โอเคอยู่ แต่ก็มีข้อจำกัดและจุดบกพร่องบางอย่าง อย่างเช่นบางส่วนที่ไม่ควรละลายก็ดันละลาย แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้ดี โดยสามารถตั้งค่าได้สามระดับ แต่ Low กับ Mid เจ้าของบล็อกว่าไม่ค่อยต่างกัน

Low                                                        Mid

High


        แถมยังใช้ร่วมกับ Macro ได้อีกด้วย เพราะเป็น Auto Macro


 Off                                                      High


        และในโหมดนี้ยังมี Effect อีกอย่างด้วยคือ Soft Skin ที่จะช่วยให้หน้าเนียนขึ้น สามารถใช้คู่กับ Defocus ได้

Off                                                        Low
Mid                                                        High


        แต่โหมด Firework ของกล้องตัวนี้ ออกสีส้มอย่างชัดเจนเลย

Normal                                          Firework


        สำหรับการบันทึกวีดีโอ เลือกบันทึกได้สองแบบคือ AVCHD กับ MP4 โดย AVCHD คือการเข้ารหัสแบบ H.264/AVC จะได้เป็นนามสกุล mts แต่เปิดในเครื่องเจ้าของบล็อกมันดันบอกว่าเป็น m2ts ซะงั้น MP4 บันทึกได้ 1440 X 1080 , 1280 X 720 และ 640 X 480 AVCHD บันทึกได้ 1920 X 1080 (24M, FX), 1920 X 1080 (17M, FH) และ1440 X 1080 (9M, HQ) ซึ่งต่างกันที่ Bitrate ที่ได้ โดย FX สูงสุด แต่แบบ HQ เจ้าของบล็อกใช้ขนาดนี้ประจำ เวลาต่อลงคอม แล้วแปลงไฟล์วีดีโอให้เป็น mp4 ก็ได้ขนาด 1920 X 1080 นะ แอบงง AVCHD จะได้ 50 fps in Interlace ส่วน MP4 จะได้ 24 fps in Progressive เพราะงั้นแบบ AVCHD จะมีความลื่นไหลมาก เมื่อเทียบกับ MP4

        แล้วก็สำหรับตัวนี้สามารถบันทึกวีดีโอได้ในทุกๆโหมด ดังนั้นสามารถเลือกโหมด Effect ใดๆก็ได้แล้วบันทึกวีดีโอ รวมไปถึงโหมด Superior Auto ด้วย จึงบันทึกวีดีโอแบบ Macro ได้ แต่เจ้าของบล็อกยังไม่ได้ลองกับโหมด Defocus กับ Soft Skin

ตอนฝนตกอยู่บนรถ แบบ AVCHD


ตอนกลางวัน แบบ AVCHD


        ทีนี้ลองมาเทียบดูกันว่าแบบ AVCHD และ MP4 ต่างกันยังไง

ตอนเย็น

 AVCHD

MP4

หัวค่ำ

AVDHD

MP4

กลางคืน

AVCHD

MP4

        จากวีดีโอที่ผ่านมาจะเห็นว่า AVDHD จะลื่นไหลกว่า และเบลอน้อยกว่าเมื่อมีการเคลื่อนไหวของวัตถุ
        สำหรับการบันทึกวีดีโอ เจ้าของบล็อกบอกได้ว่าคุ้มมากที่ซื้อมา เพราะตัวนี้ไม่มีปัญหาไฟกระพริบเวลาถ่ายใกล้ๆหลอดไฟที่ใช้ไฟบ้าน ซึ่ง JX300 ที่ใช้แสงไฟจะกระพริบเนื่องจากความถี่ไฟฟ้าในประเทศเรา พอมาใช้ DSC-WX30 ปัญหาก็หมดไปเพราะตรงกับความถี่ไฟบ้านพอดี
        สรุปแล้ว เจ้าของบล็อกบอกว่าคุ้มครับและคุ้มมากเมื่อเทียบกับ JX300 ของเจ้าของบล็อก

        ถ้าผู้หลงเข้ามาอ่านสนกล้องดีๆซักตัว ถ่ายง่ายลูกเล่นเยอะ ก็ลองเอาตัวนี้ไปคิดดู




เหล่าพันธมิตรแอนดรอยด์

Devahoy Layer Net NuuNeoI The Cheese Factory Somkiat CC Mart Routine Artit-K Arnondora Kamonway Try to be android developer Oatrice Benz Nest Studios Kotchaphan@Medium Jirawatee@Medium Travispea@Medium