11 ตุลาคม 2555

[Review] MK802 Android 4.0 Mini PC


วันนึงเจ้าของบล็อกได้ Android PC มาลอง ก็เลยจัดรีวิวซะเลย
หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่า มันมี Android PC ด้วยหรอ 
เคยเห็นแต่ Smartphone กับ Tablet (เดี๋ยวนี้มีแบบนาฬิกากับกล้องด้วย)
จริงๆเจ้า Android PC ก็มีมานานซักพักนึงแล้วเหมือนกันนะ
มันก็คืออุปกรณ์ Android ตัวหนึ่งที่รัน Android ได้นั่นแหละ
แต่ต้องต่อจอ ต่อเมาส์ ต่อคีย์บอร์ดเพิ่มเข้าไปเหมือน PC นั่นแหละ
ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านอาจจะงง อ้าวแล้วจะ Touch Screen ยังไงล่ะ
ก็ใช้เม้าส์น่ะแหละครับ พอต่อเม้าส์ก็จะมีเคอร์เซอร์เม้าส์ขึ้นมาให้ใช้
แต่การทำงานอื่นๆก็เหมือนกับ Android ทั่วไปเลย

ซึ่งตัวที่เจ้าของบล็อกได้ลองใช้คือ MK802 Android 4.0 Mini PC
เป็น Android PC ที่นิยมใช้กัน (เพราะมันถูก น่าซื้อมาลอง 555+)
สำหรับสเปค ของ MK802 ก็โอเคในระดับนึง เมื่อเทียบกับราคาประมาณสองพัน



สำหรับสเปคของ MK802 Android 4.0 Mini PC ก็จะมีรายละเอียดดังนี้



ทีนี้มาดูตัวเครื่องของ MK802 กันบ้าง ตัวเครื่องจะมีขนาดค่อนข้างเล็ก
พกพาได้เลยล่ะ ใหญ่กว่า Flashdrive พอสมควร และมีน้ำหนักเบา



ด้านข้างก็จะมีช่องสำหรับใส่ microSD (สูงสุด 32GB)


ด้านขอบสีดำก็จะเป็นช่องสำหรับเสียบอุปกรณ์ USB 
และช่องสำหรับต่อกับอะแดปเตอร์เพื่อจ่ายไฟให้กับเครื่อง



ด้านข้างอีกฝั่งหนึ่งก็จะเป็นของสำหรับเสียบอุปกรณ์ microUSB Host
ซึ่ง MK802 จะแถมตัวแปลง microUSB Host ให้เป็น USB Host ให้ด้วย
เผื่ออุปกรณ์ที่จะเอามาต่อไม่ได้เป็น microUSB



ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งขอบดำ ก็จะเป็นช่องต่อกับสาย HDMI เพื่อต่อออกจอ
ช่อง HDMI ของ MK802 เป็น Mini-HDMI นะ ซึ่งมีให้มาในกล่องแล้ว



ทีนี้มาดู สายที่ให้มาพร้อมในกล่องกันบ้าง เริ่มจากสาย microUSB ก่อนเลย
อันนี้เป็นสาย microUSB เอาไว้ใช้กับอุปกรณ์บางตัวที่ใช้ microUSB ตัวเมีย
หรือใช้เพื่อให้ Android PC ตัวนี้ทำหน้าที่เป็น USB Client (อันนี้เดี๋ยวค่อยว่ากัน)



ต่อมาก็เป็น Adapter 5V สำหรับจ่ายไฟให้กับ MK802 จะเห็นว่าเป็นแบบหัวเล็ก
ถ้าจะใช้ Adapter ตัวอื่นแทน ก็อย่าลืมว่าต้องจ่ายกระแสได้ 2A ด้วยนะ



อันนี้เป็นตัวแปลง microUSB ให้เป็น USB OTG (ก็ะได้ USB OTG ทั้งหมด 2 ช่อง)



ส่วนอันนี้คือสายแปลง Mini-HDMI เป็น HDMI ครับ 
เพราะ MK802 มีช่อง Video Ouput เป็น Mini-HDMI



ทั้งหมดก็จะมีดังนี้



แล้วก็มีคู่มือการใช้งานเบื้องต้นแนบมาให้ด้วย อ่านซักหน่อยก็ดีนะ



ทีนี้จะมาเริ่มต่อสายเพื่อเริ่มใช้งาน Android PC เครื่องนี้กันดู
ก่อนอื่นก็เริ่มจากต่อกับ Adapter จ่ายไฟก่อนเลย
ยังไม่ต้องเสียบกับปลั๊กก็ได้นะ ไว้ต่อให้ครบก่อนค่อยเสียบ
(แปะภาพประกอบให้ดูด้วย เผื่อใครต่อไม่เป็น 555+)



ต่อไปก็ต่อสาย Mini-HDMI เข้ากับเครื่อง สายอีกด้านก็ต่อเข้าจอ HDMI



ถ้ามี microSD ก็เสียบเข้าไปได้เลย ช่องเสียบจะเป็นสลัก
ใส่เข้าไปให้สุดแล้วกดเข้าไปก็จะเข้าล็อคของมัน
อยากจะถอดออกก็กดเข้าไปอีกทีหนึ่งก็จะดีดออกมา



ทีนี้ก็เสียบเมาส์เข้าไป เจ้าของบล็อกใช้เม้าส์ไร้สายนะ



ถ้าจะต่ออุปกรณ์ตัวอื่นเพิ่มก็ใช้ตัวแปลง microUSB เป็น USB OTG เอา
โดยเจ้าของบล็อกจะต่อคีย์บอร์ดเพิ่มเข้าไปละกัน



หรือจะใช้ USB Hub ก็ได้เหมือนกัน ถ้าต่ออุปกรณ์ USB เยอะ
ถ้าต่อกับอุปกรณ์เยอะๆ ก็แนะนำให้ใช้ USB Hub ที่ต่อไฟเลี้ยงแยกได้นะ



ทีนี้ก็เสียบปลั๊กเปิดเครื่องเลย จะเห็นไฟแดงสว่างนิดนึงตรงฝั่งขอบดำ



เมื่อเปิดขึ้นมาก็เจอโลโก้ Android ครู่หนึ่ง แล้วก็จะเข้าสู่หน้าจอ Android
ก็จะเห็นว่า Android PC ตัวนี้ใช้ UI แบบเดียวกันกับ UI ที่ใช้บน Tablet
การควบคุมก็จะใช้เม้าส์นี่ล่ะควบคุม ถ้าต่อคีย์บอร์ดก็ใช้ควบคุมได้เช่นกัน



แอพที่ติดตั้งมากับเครื่องก็จะมีด้วยกันดังรูป



สามารถใช้งาน Play Store ด้วย Google Account ได้ปกติ 
เพราะเจ้าของบล็อกเคยเจอ Tablet จีนบางตัว
ที่รีบทำออกมาขายแต่ยังไม่รองรับ Play Store 
ต้องรออัพเดทเฟิร์มแวร์ทีหลัง (ซะงั้น)
และสำหรับ WiFi ในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต จะมีมาให้ในเครื่องแล้ว
อาจจะรับสัญญาณสู้อุปกรณ์อื่นๆไม่ได้ เพราะใช้เป็น Wireless 802.11 b/g
แต่ก็ไม่ได้ถึงกับใช้ไม่ได้ เพราะ Router ที่ทดสอบอยู่ถัดไปสองชั้น ก็ใช้ได้ปกติ
(ปกติจะนิยมใช้เป็น Wireless 802.11 b/g/n หรือ Wireless 802.11 a/b/g/n)
ถ้าไม่ถูกใจ จะต่อ Wireless ที่เป็นแบบ USB เพื่อใช้แทนก็ได้เหมือนกัน



ลองมาเช็คใน Setting > About Device ก่อนเลย ก็ดูตามรูปละกัน



ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านอาจจะลืมว่าเครื่องนี้ไม่มีช่องต่อลำโพงให้
และก็ไม่มีลำโพงในตัวด้วย เพราะว่าเสียงจะต่อผ่าน HDMI
ดังนั้นจึงเหมาะที่จะใช้กับ TV ที่รองรับ HDMI เส้นเดียวทั้งภาพทั้งเสียง



ที่ Display จะเห็นว่ามีการปรับค่าของหน้าจอให้ด้วย
อย่าง Brightness, Contrast หรือ Saturation 



สำหรับ Display > Display output mode จะเป็นการตั้งความละเอียดหน้าจอ
ซึ่งจะได้ตั้งแต่ 480P,  576P, 720P ยัน 1080P แต่สำหรับ 1080P
ถึงจะเลือกได้ก็จริง แต่ก็จะยังเป็น 720P อยู่ 
ทั้งนี้เพราะตัว Android ที่ใช้ในเครื่องนี้รองรับสูงสุดแค่ 720P เท่านั้น
จริงๆแล้ว MK802 รองรับ 1080P, 2160P และ 3D ด้วย ก็คงต้องรออัพเดททีหลัง



สำหรับ Storage จะเห็นว่ามีพื้นที่ให้ใช้จริง 2.59 GB 
ซึ่งแบ่งเป็น Internal Storage 0.98 GB 
และ Internal Storage อีกส่วน 1.61 GB (เรียกซ้ำกันอีก..)
รวม 2.59 GB และสามารถต่อ microSD และ USB Storage เพิ่มได้



ต่อไปเจ้าของบล็อกลองโหลดแอพจำพวก Benchmark มาลองหน่อย
อ้อ! สำหรับคีย์บอร์ดภาษาไทยจะไม่มีมากับเครื่องนะครับ
เพราะตัวนี้ปรับเปลี่ยนจาก ICS ดั้งเดิมที่ไม่รองรับภาษาไทยแต่เริ่ม
ก็ไปหาดาวน์โหลดคีย์บอร์ดมาติดตั้งได้ เจ้าของบล็อกใช้ Man Man
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือ คีย์บอร์ดที่ต่อกับเครื่องกดเปลี่ยนภาษาไม่ได้นะ
ไม่ได้เป็นเพราะเครื่องไม่รองรับนะ แต่เป็นที่ Android OS ไม่รองรับ
ซึ่งเครื่องอื่นๆก็เป็นกันหมด ไม่ว่าจะเป็น Nexus หรือตัวท็อปๆ
ก็ให้ใช้วิธีใช้เม้าส์จิ้มคีย์บอร์ดบนจอเพื่อพิมพ์ภาษาไทยแทนละกัน



สำหรับแอพที่ใช้ทดสอบก็จะมีด้วยกันดังรูป 
มีแอพ Benchmark สามตัว และแอพเกมสองตัว



เริ่มด้วย AnTuTu Benchmark ก่อนเลย คะแนนรวมทั้งหมดก็จะได้ดังนี้



เทียบกราฟก็จะอยู่ในระดับปกติของ CPU 1 GHz



ดู Device Info ก็มีดังนี้



ต่อไปก็ลอง GL Benchmark กันหน่อย GPU ทำงานได้แค่ไหน



ได้คะแนน Render ในแต่ละขั้นตอนต่างๆดังรูปเลย (กดดูขยายภาพเอานะ)
อย่าลืมนะว่าเครื่องนี้ Render บนความละเอียด 1280 x 720 pixels



ต่อมาเป็น PassMark อันนี้ชาว Benchmark PC คงจะรู้จักกันอยู่แล้ว
ซึ่งจะเทสการทำงานโดยรวมทั้งหมดของเครื่อง ได้ผลทั้งหมดดังรูป




เทียบกราฟกับรุ่นอื่นๆ




อันนี้เจ้าของบล็อกลองใช้แอพ Device Info 
เพื่อเช็ครายละเอียดทั้งหมดของ MK802





ต่อไปก็ลองเทสเกมที่มากับเครื่องดูบ้างว่าเป็นยังไง
เจ้าของบล็อกรู้สึกว่า Angry Bird นี่เป็นแอพสามัญไปแล้วนะ
แถมอันนี้เป็น Angry Bird Space ซะด้วย (เอาจริงๆเล่นแปปเดียวก็ลบ)
ถ้าเครื่องไหนไม่มี Angry Bird คงขายไม่ออกแน่เลย 555



ก็สามารถเล่นได้ปกติ (ไม่งั้นเค้าจะลงมาให้ทำไมล่ะเนอะ)
ไม่ค่อยกระตุก แต่ก็ไม่ได้ถึงกับลื่น ตามสเปคของ CPU 1GHz แหละ
แต่ก็อย่าลืมว่ากำลังรันอยู่บนหน้าจอ 1280 x 720 pixels นะ
ซึ่งละเอียดกว่าพวก CPU 1 GHz ทั่วไปที่รันบนความละเอียด
854 x 480, 800 x 480 และ 480 x 320 จึงมีการกระตุกบ้างเล็กน้อย



อยากรู้ลื่นมากน้อยแค่ไหน เจ้าของบล็อกถ่ายวีดีโอไว้ให้แล้ว



ทดสอบเกมกราฟฟิค 2D ทีนี้มาลองกราฟฟิค 3D บ้าง
เจ้าของบล็อกเลือกเกมที่เป็น 3D แต่ไม่ถึงกับสวยมากเกิน
ก็เลือก Majot Mayhem นี่ล่ะ ภาพกำลังพอดีๆเหมะาแก่การเทส
จากที่ลองก็โอเคนะ ไม่ถึงกับลื่นไหล แต่ก็ไม่ได้กระตุกเช่นกัน 
เวลาเล่นใช้เม้าส์คลิกแทน ก็เพลินไปอีกแบบดี



สำหรับการเล่นไฟล์หนัง สามารถรองรับได้ถึง 1080P
(เห็นมีแอพดูหนัง 2160P ด้วย แต่ไม่สามารถดูไฟล์ 2160P ได้นะ)
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Bitrate ของไฟล์หนังด้วยนะ ถ้าเยอะเกินไปก็ไม่ไหว
แต่ไฟล์ MP4 ขนาด 1080P มี Bitrate อยู่ประมาณ 6000 - 8000 kbps 
ที่ดาวน์โหลดจาก Youtube เล่นได้ปกติ ไม่มีอาการกระตุกเลย  
พอดีแคปหน้าจอแล้วไม่เห็นภาพในวีดีโอที่เปิดอยู่ 
เลยต้องใช้กล้องถ่ายภาพที่หน้าจอแทน อาจจะดูไม่คมเท่าของจริง



สำหรับการรองรับพวกไฟล์เพลงต่างๆหรือไฟล์หนังต่างๆ
เจ้าของบล็อกคิดว่ามันไม่จำเป็นต้องมานั่งทดสอบหรอก
เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับแอพที่ใช้ ว่าใช้แอพตัวไหนเปิด
 ถึงจะบอกว่าไม่รองรับไฟล์แบบใด ก็โหลดแอพมาเปิดไฟล์นั้นๆแทนก็ได้

สำหรับการทดสอบคราวๆก็ครบหมดล่ะ อยู่ในระดับโอเคพอสมควร
ทีนี้มาเข้าเรื่องสำคัญส่วนนึงของ Android PC สำหรับเจ้าของบล็อกกันต่อ
ที่เจ้าของบล็อกเคยค้างเรื่อง USB Client ไว้ในก่อนหน้า
ที่มีสายแปลง microUSB เป็น USB ตัวผู้ แทนที่จะเป็น USB OTG
อย่าลืมว่า Android Phone หรือ Tablet เวลาจะโอนข้อมูล
ก็เพียงแค่ต่อสาย microUSB  เข้ากับคอมแล้วเปิดถ่ายโอนข้อมูล
ซึ่ง Android PC ก็ทำได้เช่นกัน ต่อสายที่ว่าเข้ากับคอมแล้วถ่ายโอนข้อมูลได้
และที่สำคัญอย่างหนึ่งเลยก็คือเขียนแอพลงบนนี้ได้เช่นกัน
แต่ต้องลงไดรเวอร์เพิ่มเติมนะ ไม่งั้นจะไม่มีไดรเวอร์ ADB ของเครื่องนี้
สามารถดาวน์โหลดได้จากที่นี่ Drivers_AllwinnerA10_32and64 [Mediafire]
เวลาเขียนแอพแล้วจะติดตั้งลงบน MK802 ก็จะขึ้นเป็นชื่ออุปกรณ์ดังรูปเลย



และที่สำคัญสำหรับเจ้าของบล็อกสุดๆอย่างหนึ่ง
ก็คือต่อกับบอร์ด IOIO หรือ IOIO-Q ได้เลย



ซึ่งเป็นบอร์ดไมโครคอนโทรเลอร์ที่ควบคุมด้วยแอนดรอยด์
สำหรับนักเล่นไมโครฯที่สนใจจะลองเล่นบอร์ดดังกล่าว
แต่ไม่มีเงินทุนมากนักที่จะซื้ออุปกรณ์แอนดรอยด์ซักตัว
จะซื้อเครื่องแพงๆก็เงินไม่พอ จะซื้อเครื่องถูกๆก็ใช้ได้ไม่เต็มที่
เจ้าของบล็อกแนะนำว่าซื้อ Android PC ตัวนี้ไปใช้แทนก็ดีนะ
เพราะมีราคาถูก เมื่อเทียบกับสเปคของอุปกรณ์แอนดรอยด์ตัวอื่นๆ



เหมาะสำหรับจะเอาไปประยุกต์ใช้ควบคุมวงจรที่ทำงานตลอดเวลาก็ดี
เพราะมีขนาดกระทัดรัด เล็กกว่า Android Phone ซะอีก
แต่รองรับการเชื่อมต่อกับบอร์ด IOIO ผ่าน USB เท่านั้น
เพราะ MK802 ไม่มี Bluetooth ในตัว และใช้ Bluetooth Dongle ไม่ได้
แต่ด้วยราคาที่ถูกและมีขนาดเล็กจึงเหมาะกับการติดตั้งร่วมกับวงจร
ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ Bluetooth เพราะใช้สาย USB ต่อโดยตรงได้เลย

ถือว่าเป็นอุปกรณ์ตัวหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่หลงเข้ามาอ่านจะเอาไปใช้ได้มากแค่ไหน
ซึ่งจริงๆมันสามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย
นอกเหนือจากการเอามาเปิดดูหนังหรือใช้เล่นเกม
แต่จะใช้กับอะไรก็อยู่ที่ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านแล้วล่ะ


ลองซื้อมาเล่นดูก็ไม่เสียหายนะเออ




เหล่าพันธมิตรแอนดรอยด์

Devahoy Layer Net NuuNeoI The Cheese Factory Somkiat CC Mart Routine Artit-K Arnondora Kamonway Try to be android developer Oatrice Benz Nest Studios Kotchaphan@Medium Jirawatee@Medium Travispea@Medium