13 กุมภาพันธ์ 2556

[Review] Nexus 10 - Tablet 10 นิ้ว จาก Google



เนื่องจากว่าเจ้าของบล็อกบังเอิญจะไปสอย Nexus 7 WiFi มาใช้
แต่รู้ตัวอีกทีก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะหลายๆร้านโล๊ะไปขาย 3G กัน
ในขณะที่กำลังจะเดินกลับ ก็ไปสะดุดตากับตัวกล่องที่ร้านๆนึง
พอดูดีๆก็เห็นว่าเป็น Nexus 10 ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นตัวเครื่องจริงๆ
พอได้ยินราคาของเครื่องนี้ ก็ Shut up and take my money ทันที 
ไหนๆก็หายากในบ้านเราแล้ว เจ้าของบล็อกก็เลยจับมารีวิวเลย

ก่อนอื่นก็มาดูกันที่ภาพรวมตัวเครื่องกันก่อนเลยว่ามีอะไรบ้าง




สำหรับสเปคโดยรวมเบื้องต้นก็ตามนี้เลย




สิ่งหนึ่งที่เจ้าของบล็อกชอบสุดสำหรับ Nexus เสมอเลย
ก็คือเซ็นเซอร์ที่ยัดมาเต็มเครื่องนั่นเอง มีครบทุกตัวเลย
เหมาะแก่การใช้เขียนแอปฯติดต่อกับเซ็นเซอร์นักแล

ส่วนลักษณะตัวเครื่องจริงๆ ด้านหน้าก็เหมือนเครื่องทั่วไป




ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีแต่ช่อง Micro HDMI 
เจ้าของบล็อกไม่คิดว่าจะมีช่่องนี้มาให้เหมือนกัน
ก็ดี เจ้าของบล็อกจะได้เอาไปต่อจอ TV เล่นๆได้




ส่วนด้านบนมีปุ่ม Volume และปุ่ม Power อยู่มุมซ้ายบนของตัวเครื่อง
แต่รู้สึกว่าปุ่ม Power เล็กไปหน่อย กลัวจะพังง่าย ยังไงก็ไม่รู้




ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่องจะมีช่อง Micro USB กับช่องเสียบหูฟัง 





ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นช่องเสียบสาย Pogo Connector
ซึ่งเป็นสายชาร์จแบบหนึ่งที่หาโคตรจะยากเลย http://pogocable.com/

ไม่มีขายในไทย สั่งจากนอกเข้ามายังหาไม่ได้เลย เจ้าสายนี้
ตอนแรกก็เข้าใจว่าเป็น Connector แบบเครื่อง Samsung เสียอีก





มีไฟแสดงสถานะแจ้งเตือนที่ด้านล่างของเครื่อง




ข้างบนเป็นกล้องหน้า 1.9 MP และเซ็นเซอร์วัดแสง




สำหรับหน้าจอที่มาพร้อมกับความคมชัดที่เหนือกว่า The New iPad (264 PPI)
อาจจะมีคนสงสัยว่า คมชัดมากแค่ไหน? เจ้าของบล็อกบอกเลยว่า ชัดโคตร
คือถ้าจ้องบนจอใกล้ๆ จะไม่เห็นรอยต่อพิกเซลเลย (ภาพที่ดูต้องคมด้วยนะ)
เจ้าของบล็อกต้องใช้กล้องถ่ายมาโครแล้วซูมภาพอีกทีถึงจะเห็นรอยต่อพิกเซล
ถ้ามองด้วยสายตาปกติ ก็จะเป็นโลโก้ Chrome ที่กลมแบบคมชัดมากมาย 




สำหรับด้านหลังตัวเครื่องจะใช้เป็นผิวยางที่มีความมันเล็กน้อย ทำให้รู้สึกว่าติดมือ




ปัญหาอีกอย่างก็คือฝุ่นติดง่าย แต่ปัดออกยาก เพราะเป็นยางผิวมัน




แต่ข้อดีของผิวยางมันแบบนี้ก็คือ น้ำไม่เกาะผิวด้านหลังเลย




สำหรับช่วงบนของเครื่องจะเป็นผิวพลาสติกแบบเครื่อง Samsung อื่นๆ




กล้องหลัง 5 MP พร้อมแฟลช LED และจะเห็นว่ามีรูไมค์ข้างหลังด้วย
ซึ่ง Tablet 10 นิ้วมีไม่กี่รุ่นหรอกที่มี LED แฟลชให้แบบนี้




และจุดขายของเครื่องนี้ก็คือลำโพง Stereo ด้านหน้าสองข้าง
ที่จะกระหน่ำเสียงเพลง เกม หรือหนัง ให้ได้อรรถรสเต็มที่
แต่ก็ทำให้ตัวเครื่อง Nexus 10 ยาวกว่าเครื่องอื่นๆ ด้วยเช่นกัน





สำหรับฝาพลาสติกด้านหลัง น่าจะแกะได้เพราะเห็นร่องให้แงะอยู่
แต่ไม่ได้แงะ เพราะของกำลังใหม่ ไว้รอหายเห่อก่อน ค่อยแงะ 




สีหน้าจอโดยรวมสดดี เปิดครั้งแรกภาพพื้นหลังจะเป็นแบบมาตรฐานเลย
ทำให้รู้สึกว่าจอสวย เทียบกับจอรุ่นอื่นๆก็ไม่ได้ด้อยกว่าซักเท่าไร




กลับมาดูที่ตัวกล่องกันบ้าง กล่องจะเป็นสีปกติของ Nexus ชุดใหม่
กล่องสีเทาๆ มีตัวเครื่อง โผล่มาเสี้ยวหนึ่ง ไม่ค่อยเหมือนกล่องชาวบ้าน
ทำให้เจ้าของบล็อกสะดุดตาไปได้เจ้าเครื่องนี้มานี่แหละ 5555




ตัวกล่องกระดาษข้างในทำสวยดีมีที่เปิดฝาอีกทีนึง




คู่มือการใช้และการประกันที่เจ้าของบล็อกไม่ได้สนใจมากนัก




สำหรับอะแดปเตอร์ชาร์จจะเป็นช่อง USB เหมือนทั่วๆไป 
แต่ฝั่งที่เสียบกับปลั๊กไฟ จะมีหัวแปลงมาให้อีกทีนึง
เอาต์พุตออกมาเป็นไฟ 5V 2A ใช้อะแดปเตอร์ Apple แทนก็ได้






สาย Micro USB เจ้าของบล็อกชอบสายแบบนี้ของ Samsung นะ
รู้สึกว่าทนดี เพราะเคยใช้สายราคาถูกๆ แล้วต่างกันมากมาย




ที่ชอบอีกอย่างคือ ความบางของตัวเครื่อง บางกว่า Galaxy Nexus อีก




สำหรับตัวเครื่อง ล่าสุดที่ทำบทความนี้ได้อัพเดทเป็น 4.2.1 แล้ว
และ 4.2.2 กำลังอัพเดทให้ Nexus อยู่ ส่วน Nexus 10 คงซักพักนึง
(ล่าสุด 4.4.2 นอนกิน KitKat สบายๆไปแล้ว ฮิ้ว)




สำหรับพื้นที่ข้อมูลเครื่องนี้เป็น 32 GB เหลือให้ใช้จริง 27.26 GB




เนื่องจากเจ้าของบล็อกซื้อมาเพื่อเล่นเกมเป็นหลัก 
ทำงานเล็กน้อย เทสแอพนิดหน่อย แต่ก็ต้องลงเกมไว้
เผื่อมีใครมียืมเล่น เค้าจะได้ไม่บ่นว่าเครื่องนี้มีเกมน้อย
(จริงๆแล้วก็เล่นอยู่ไม่กี่เกม แต่มีหลายเกมทยอยเคลียร์)




จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Nexus 10 ก็คือระบบ User 
ที่สามารถ Customize หน้าตาเครื่องได้ตามใจชอบ
โดยสามารถแยกตาม User ที่สร้างในนี้ได้เลย

เวลาที่เข้าหน้า Lock Screen ก็จะมีให้เลือก User ด้วย
พอเลือก User อื่น เครื่องก็จะทำการ Soft Reset 
เพื่อ Switch ไปยัง User นั้นๆให้เลย พร้อมกับค่าที่ตั้งไว้
และแอพที่ลงไว้ในแต่ละ User จะแยกกันโดยสิ้นเชิง
รวมไปถึง Google Account และ Storage ด้วย







AnTuTu Benchmark

สำหรับผลเทสตัวเครื่องจาก AnTuTu Benchmark ได้ 13265 คะแนน 
แรงกว่า TF201 ของ Asus และน้อยกว่า HTC One X (ในภาพมีแต่ X+)






Quadrant Standard Edition

สำหรับ Quadrant Standard Edition ได้ 4289 คะแนน
ก็อยู่ระหว่าง TF201 กับ HTC One X เหมือนเดิม




NenaMark และ NenaMark 2

สำหรับการทดสอบด้วยแอปฯ สองตัวนี้ นิ่มๆเลย 50+ fps ทั้งสองตัว
โดย NenaMark ได้ 59.6 fps ส่วน Nenamark ได้ไป 56.0 fps





Linpack for Android

สำหรับ Linpack ได้ไป 167.661 MFLOPS 




Vellamo Mobile Benchmark

สำหรับ Vellamo Mobile Benchmark 
ได้ HTML5 1783 คะแนน และได้ Metal 1203 คะแนน





PassMark PerformanceTest Mobile

สำหรับ PassMark จะได้คะแนนแบ่งออกตามนี้เลย
CPU Tests :  7762 คะแนน
Disk Tests : 21102 คะแนน
Memory Tests : 3352 คะแนน
2D Graphics Tests : 3023 คะแนน
3D Graphics Tests : 1773 คะแนน




Epic Citadel

เห็นว่าทาง Epic Game Inc ค่ายดัง ผู้ทำ Infinity Blade
มาปล่อยตัวเทสสำหรับ Unreal Engine บน Android
ก็เลยจับมาเทสด้วยเลย เพราะเห็นผลดีนักแล
แต่เนื่องจากตัวโปรแกรมทำมาดีมากเกินไป
ทำให้ลื่นกว่าค่ายอื่นๆที่ใช้ Unreal Engine เหมือนกัน
โดยที่ Nexus 10 รันบนความละเอียด 2560 x 1504
แต่ก็ยังได้เฟรมเรตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 50.6 fps 




สำหรับเกมอื่นๆก็เล่นได้อย่างสบายๆเลย ไม่ว่าจะเป็น Dragon Slayer
Death Dome หรือ The Sims Free Play เพราะงั้นไม่ต้องกังวล





สำหรับตัวกล้อง เจ้าของบล็อกเฉยๆนะ ไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว
โดยที่ตัวกล้องของ Nexus 10 ก็ถ่ายพอใช้ได้ซะมากกว่า
ถ่ายกลางแจ้งปกติได้อยู่ แต่ตอนกลางคืนอย่าหวังอะไรมาก





สำหรับถ่ายกลางแจ้งก็โอเคนะ แต่ถ้าแสงหลอดไฟต้องสว่างพอควร
ไม่งั้นจะถ่ายยาก เพราะตัวเครื่องก็ไม่ใช่เบาๆ ถือนิ่งๆแล้วถ่ายลำบาก
แต่ถ้ามีแสงพอเหมาะ แล้วมือนิ่งๆเท่าที่จะทำได้ ภาพออกมาก็ไม่เลว

อันนี้ภาพถ่ายจากกล้องหลัง 5 MP (2560 x 1920)




ลองซูม 100% ดู จะเห็นว่าโอเคในระดับนึงเลยล่ะ




ทีนี้ลองกล้องหน้าบ้าง 1.9 MP (1280 x 960)




ลองซูม 100% ดูเทียบกับกล้องหลัง จะเห็นว่าลดตามคุณภาพ
และรวมไปถึงสีและแสงของภาพด้วย แต่ก็เล็กๆน้อยๆ 




การถ่ายแสงไฟในค่ำคืนก็พอใช้ได้ 




แต่พอลองถ่ายข้างนอกที่แสงต่ำมากๆ เท่านั้นแหละ มืดสนิท
ถ้าปรับ EV เพิ่มขึ้น รับรองได้เลยว่า Noise กระจุยกระจายแน่ๆ





สำหรับกล้องเวลาถ่ายธรรมดาๆ ถ้าไม่ซีเรียสมาก
ก็จับปรับสี แต่งภาพให้สดเล็กน้อย ก็ใช้ได้ล่ะ



ส่วนวีดีโอก็ 1080p พอใช้ได้อยู่ ไม่ได้แย่มากมาย
อันนี้ลองถ่ายตอนประมาณสองทุ่ม มีแสงไฟเยอะๆ




ข้อดี ถึงจะใช้ CPU เป็น Exynos แบบ Dual-core แต่ความแรงสุดยอดมาก
NVIDIA Tegra 3 นี่เทียบไม่ติดเลยทีเดียว แถมเป็น Exynos 5250 
ที่มาพร้อมกับ Mali T604 ที่เป็น GPU ระดับ Quad-Core แรงสุดๆ
เกิดมาเพื่อหน้าจอที่ยิ่งกว่า Full HD นั่นเอง เพราะงั้นเรนเดอร์เกมลื่นๆเลย

มีช่องเสียบ Micro HDMI แยกให้ด้วย ไม่ต้องมาต่อ MHL
แถมยังมี Pogo Pin ซึ่งเจ้าของบล็อกซื้อสายมาใช้แล้ว
สะดวกมากมาย เพราะช่อง Micro USB ไว้ใช้ OTG ได้
เพราะงั้นจึงสามารถต่อออกจอทีวี พร้อมต่อเม้าส์คีย์บอร์ด
และยังสามารถชาร์จไฟได้อีก เป็นคอมพิวเตอร์ย่อยๆได้เลย

แบตเตอรี 9000 mAh เล่นได้นานมาก จนลืมเรื่องแบตเลย
เรียกได้ว่ายาวนานกว่า Tablet 10 นิ้วด้วยกันหลายๆรุ่นมาก
จึงเหมาะแก่การเป็นเครื่องเล่นเอนเตอร์เทนเม้นอย่างมาก


สรุป เจ้าของบล็อกชอบมากมายกับแรม 2GB ที่มีให้ใช้เหลือเฟือ
จึงสามารถเล่นเกมสองเกมสลับไปมาได้โดยไม่โดนเคลียร์ Memory
แต่ก็ขึ้นอยู่กับเกมนั้นๆด้วยนะว่ากิน Memory มากน้อยแค่ไหนน่ะ
ถ้าเกมเล็กๆธรรมดาๆ อาจจะเปิดคู่กันได้ถึงสามเกมเลยก็เป็นได้
* แต่จะเหลือใช้งานจริงประมาณ 1GB กว่าๆเท่านั้นนะ
เพราะว่าถูกนำไปใช้ในระบบหมดเนื่องจากหน้าจอที่คมชัดมากๆ


สำหรับการใช้งานโดยรวม เจ้าของบล็อกบอกได้แค่ว่าคุ้มจริงๆที่ซื้อ
ไม่มีให้คะนงคะแนนนะ เพราะมาตรฐานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่เหมาะกับการซื้อมาใช้คู่กับ Galaxy Nexus หรือ Nexus 4 เลย
เพราะสามารถใช่ควบคู่กันได้อย่างลงตัว 




เหล่าพันธมิตรแอนดรอยด์

Devahoy Layer Net NuuNeoI The Cheese Factory Somkiat CC Mart Routine Artit-K Arnondora Kamonway Try to be android developer Oatrice Benz Nest Studios Kotchaphan@Medium Jirawatee@Medium Travispea@Medium